ข้ามไปยังเนื้อหา
ร้านแว่นตา วัดสายตาฟรี ประกอบแว่น เปลี่ยนเลนส์ ดูแลแว่นฟรี ครบจบในร้านเดียว
โทร 090-245-1659 | LINE @jan-optic
January Optical Updates
บทความ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 03:10 น. อ่าน 46 ครั้ง

เด็กยุคจอ เสี่ยงสายตาสั้นเร็วขึ้น? พ่อแม่ควรรู้ก่อนลูกมองไกลไม่ชัด

เด็กสมัยนี้ใช้จอมากขึ้น และมีเวลากลางแจ้งน้อยลง จนพ่อแม่หลายคนเริ่มสังเกตว่าลูกนั่งใกล้ทีวี หรี่ตา หรือมองกระดานไม่ชัด อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของสายตาสั้นที่ไม่ควรมองข้าม

เด็กยุคจอ เสี่ยงสายตาสั้นเร็วขึ้น? พ่อแม่ควรรู้ก่อนลูกมองไกลไม่ชัด
บทความ January Optical
News Detail

รายละเอียดข่าว

บทความจาก January Optical

ปรับขนาดตัวอักษรบทความ เลือกขนาดที่อ่านสบาย ก่อนเริ่มอ่านเนื้อหา
ขนาดปกติ

เด็กยุคจอ เสี่ยงสายตาสั้นเร็วขึ้น? พ่อแม่ควรรู้ก่อนลูกมองไกลไม่ชัด

ทุกวันนี้เด็กหลายคนใช้สายตากับหน้าจอมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือทีวี ขณะเดียวกันก็มีเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อยลงกว่าสมัยก่อน

สิ่งที่พ่อแม่หลายคนเริ่มสังเกตได้คือ ลูกนั่งใกล้ทีวีมากขึ้น ขยี้ตาบ่อย หรี่ตาเวลามองไกล หรือบ่นว่ามองกระดานไม่ค่อยชัด อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่า ลูกเริ่มมีปัญหาสายตาสั้น และไม่ควรมองข้ามครับ

เด็กยุคนี้ทำไมเสี่ยงสายตาสั้นมากขึ้น?

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ เด็กใช้สายตาระยะใกล้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น ดูมือถือ เล่นเกม เรียนออนไลน์ อ่านหนังสือ หรือใช้แท็บเล็ตต่อเนื่องนาน ๆ

เมื่อดวงตาอยู่กับการมองใกล้เป็นเวลานาน และมีโอกาสมองไกลหรือพักสายตาน้อยลง ก็อาจส่งผลให้สายตาทำงานหนักมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าเด็กใช้จอต่อเนื่องนานโดยไม่พัก

นอกจากนี้ เด็กยุคนี้จำนวนไม่น้อยใช้เวลากลางแจ้งน้อยลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มักถูกพูดถึงร่วมกับเรื่องสายตาสั้นในเด็ก

อาการแบบไหนที่พ่อแม่ควรเริ่มสังเกต?

เด็กบางคนอาจยังบอกไม่ได้ว่าตัวเองมองไม่ชัด เพราะเขาอาจคิดว่าสิ่งที่มองเห็นอยู่เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นพ่อแม่ควรสังเกตจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  • นั่งใกล้ทีวีมากกว่าปกติ
  • หรี่ตาเวลามองกระดานหรือมองไกล
  • ขยี้ตาบ่อย
  • เอียงหน้าหรือเพ่งเวลาอ่านหนังสือ
  • บ่นปวดหัวหรือล้าตาหลังเรียน
  • อ่านหนังสือหรือดูหน้าจอในระยะใกล้มากเกินไป
  • เรียนแล้วดูเหมือนไม่ค่อยตามบทเรียนทัน เพราะมองไกลไม่ชัด

ถ้ามีหลายข้อร่วมกัน อาจเป็นสัญญาณว่าควรพาลูกมาตรวจสายตาครับ

ใช้มือถือหรือแท็บเล็ต ทำให้สายตาสั้นทันทีไหม?

คำตอบคือ ไม่ใช่ว่าใช้จอแล้วจะสายตาสั้นทันทีทุกคน แต่การใช้จอนาน ๆ โดยไม่พัก รวมถึงการมองใกล้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง หรือทำให้ปัญหาสายตาที่มีอยู่ชัดขึ้นได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “ห้ามใช้จอ” แต่คือการจัดสมดุลให้ดี เช่น

  • จำกัดเวลาใช้งานให้เหมาะสมตามวัย
  • พักสายตาเป็นระยะ
  • ไม่ใช้งานในที่มืดเกินไป
  • ไม่ถือจอใกล้ตาเกินไป
  • ให้เด็กได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง

เพียงปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยให้ใช้สายตาได้ดีขึ้นมากครับ

เวลากลางแจ้งสำคัญกว่าที่คิด

เด็กที่มีเวลาออกไปเล่นหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ มักได้ใช้สายตามองระยะไกลมากขึ้น และลดเวลาที่จ้องของใกล้ตลอดทั้งวัน

ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมหนักเสมอไป แค่ได้ออกไปเดินเล่น วิ่งเล่น ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อการใช้สายตาและสุขภาพโดยรวมแล้ว

ในยุคที่เด็กอยู่กับจอมากขึ้น เวลากลางแจ้งจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามครับ

พ่อแม่ควรทำอย่างไรในชีวิตประจำวัน?

ถ้าอยากดูแลสายตาลูกแบบง่าย ๆ เริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัวเลยครับ

1. อย่าให้ใช้จอต่อเนื่องนานเกินไป

ควรมีช่วงพักสายตาเป็นระยะ ไม่ใช่นั่งจ้องต่อเนื่องยาว ๆ หลายชั่วโมง

2. จัดระยะการมองให้เหมาะสม

ไม่ควรถือมือถือหรือแท็บเล็ตใกล้ตามากเกินไป และควรนั่งในท่าที่เหมาะสม

3. เปิดไฟให้เพียงพอ

ไม่ควรอ่านหนังสือหรือดูจอในที่มืดเกินไป เพราะจะทำให้ตาล้าได้ง่าย

4. ให้เด็กมีกิจกรรมกลางแจ้ง

ไม่จำเป็นต้องทุกวันแบบเป๊ะ ๆ แต่ควรมีอย่างสม่ำเสมอ

5. สังเกตพฤติกรรมการมองเห็น

ถ้าลูกเริ่มหรี่ตา ขยี้ตา หรือมองไกลไม่ชัดบ่อย ๆ อย่ารอให้ปัญหาหนักก่อนค่อยตรวจ

เมื่อไหร่ควรพาลูกมาตรวจสายตา?

ถ้าพ่อแม่เริ่มสังเกตว่าลูกมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น มองกระดานไม่ชัด นั่งใกล้ทีวี ขยี้ตาบ่อย หรือบ่นปวดหัวเวลาอ่านหนังสือ ควรพามาตรวจสายตาได้เลยครับ

เพราะยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งช่วยให้แก้ไขได้เร็ว และทำให้ลูกใช้ชีวิตประจำวันได้สบายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน การอ่านหนังสือ หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ

บางครั้งผลการเรียนที่ตกลง หรือความไม่มั่นใจในการเรียน อาจไม่ได้เกิดจากไม่ตั้งใจ แต่อาจเป็นเพราะ “มองไม่ชัด” ก็ได้

ถ้าลูกต้องใส่แว่น ควรเลือกแบบไหน?

หากตรวจแล้วพบว่าลูกมีค่าสายตา การเลือกแว่นเด็กควรเน้นทั้งเรื่องความชัดและความสบาย เช่น

  • กรอบน้ำหนักเบา
  • ขนาดพอดีกับใบหน้า
  • ใส่แล้วไม่กดจมูกหรือเจ็บหู
  • แข็งแรงพอสำหรับการใช้งานของเด็ก
  • เลนส์เหมาะกับค่าสายตาและกิจกรรมประจำวัน

แว่นเด็กที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องใส่สบายจริง เด็กจะได้ยอมใส่และใช้งานได้ต่อเนื่องครับ

สรุป

เด็กยุคนี้มีโอกาสใช้สายตาหนักกว่าสมัยก่อนมาก ทั้งจากการเรียน การใช้มือถือ และการอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานาน จึงไม่แปลกที่พ่อแม่หลายคนเริ่มสังเกตว่าลูกมองไกลไม่ชัด หรี่ตา หรือขยี้ตาบ่อยขึ้น

สิ่งสำคัญคือ อย่ารอให้ลูกบอกเองว่ามองไม่ชัด เพราะเด็กบางคนอาจยังไม่รู้ตัว พ่อแม่ควรสังเกตจากพฤติกรรม และถ้ามีข้อสงสัย ควรพามาตรวจสายตาเพื่อความมั่นใจ

การดูแลสายตาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ลูกเรียน เล่น และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายตามากขึ้นครับ

January Optical ยินดีให้คำแนะนำเรื่องแว่นเด็ก การตรวจสายตา และการเลือกเลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานของลูกน้อยครับ

อ้างอิง

  1. World Health Organization (WHO) – Blindness and vision impairment
    ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการมองเห็น ค่าสายตาผิดปกติที่ไม่ได้รับการแก้ไข และความสำคัญของการดูแลสายตา
  2. National Eye Institute (NEI) – Myopia: A close look at efforts to turn back a growing problem
    ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสายตาสั้นในเด็ก และความสำคัญของการใช้เวลากลางแจ้ง
  3. PubMed / British Journal of Ophthalmology – Global prevalence, trend and projection of myopia in children and adolescents
    ข้อมูลแนวโน้มสายตาสั้นในเด็กและวัยรุ่นทั่วโลก และการคาดการณ์จำนวนผู้มีสายตาสั้นในอนาคต
  4. Frontiers in Public Health – The Relationship Between Screen and Outdoor Time With Rates of Myopia in Spanish Children
    ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเวลาใช้หน้าจอ เวลากลางแจ้ง และภาวะสายตาสั้นในเด็ก
  5. Systematic Review / Meta-analysis – The association between screen time exposure and myopia in children and adolescents
    ข้อมูลจากงานทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเวลาใช้หน้าจอกับภาวะสายตาสั้นในเด็กและวัยรุ่น