ข้ามไปยังเนื้อหา
ร้านแว่นตา วัดสายตาฟรี ประกอบแว่น เปลี่ยนเลนส์ ดูแลแว่นฟรี ครบจบในร้านเดียว
โทร 090-245-1659 | LINE @jan-optic
January Optical Updates
บทความ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 05:39 น. อ่าน 10 ครั้ง

ใส่แว่นเร็ว ทำให้สายตาแย่ลงจริงไหม?

หลายคนมองเห็นไม่ชัดแต่ยังไม่ยอมใส่แว่น เพราะกลัวว่าสายตาจะเพิ่มหรือทำให้ติดแว่น ความจริงเป็นอย่างไร และเมื่อไรควรเริ่มตรวจวัดสายตา?

ใส่แว่นเร็ว ทำให้สายตาแย่ลงจริงไหม?
บทความ January Optical
News Detail

รายละเอียดข่าว

บทความจาก January Optical

ปรับขนาดตัวอักษรบทความ เลือกขนาดที่อ่านสบาย ก่อนเริ่มอ่านเนื้อหา
ขนาดปกติ

หลายคนมีความเชื่อว่า “ถ้าเริ่มใส่แว่นเร็ว สายตาจะยิ่งแย่” หรือ “พอใส่แว่นแล้วจะถอดไม่ได้อีก” จึงเลือกทนมองไม่ชัด หยีตา หรือพยายามเพ่งแทนการตรวจวัดสายตา

ความจริงคือ แว่นตาที่มีค่าสายตาเหมาะสมไม่ได้ทำให้ดวงตาอ่อนแอลง และไม่ได้ทำให้สายตาเสียเร็วขึ้น หน้าที่ของแว่นคือช่วยหักเหแสงให้ภาพตกในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้เรามองเห็นชัดและใช้สายตาได้สบายขึ้น

ทำไมพอใส่แว่นแล้วจึงรู้สึกว่าถอดไม่ได้?

ก่อนใส่แว่น สมองของเราอาจคุ้นเคยกับภาพที่ไม่ชัดมานาน เมื่อได้ใส่แว่นและเห็นภาพคมชัดขึ้น สมองก็เริ่มจดจำว่าการมองเห็นที่ชัดควรเป็นอย่างไร

เมื่อถอดแว่น ภาพจะกลับไปไม่ชัดตามค่าสายตาเดิม จึงรู้สึกว่า “สายตาแย่กว่าเมื่อก่อน” ทั้งที่หลายครั้งเป็นเพียงการเปรียบเทียบระหว่างภาพชัดกับภาพไม่ชัด ไม่ได้หมายความว่าแว่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าสายตาเพิ่มขึ้น

American Academy of Ophthalmology ระบุว่าการใส่แว่นไม่ได้ทำให้การมองเห็นแย่ลงหรือก่อให้เกิดโรคตา อ่านข้อมูลจาก AAO

แล้วทำไมค่าสายตายังเพิ่มขึ้นได้?

ค่าสายตาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุ โครงสร้างของดวงตา พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้สายตา โดยไม่เกี่ยวกับว่าคนนั้นเริ่มใส่แว่นเร็วหรือช้า

ตัวอย่างเช่น สายตาสั้นในเด็กและวัยรุ่นอาจเพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตของลูกตา ส่วนผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปอาจเริ่มมองใกล้ไม่ชัดจากภาวะสายตายาวตามวัย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ

ดังนั้น หากตรวจพบว่าค่าสายตาเพิ่มขึ้นหลังจากใส่แว่น ไม่ได้แปลว่าแว่นเป็นต้นเหตุ แต่อาจเป็นเพราะค่าสายตากำลังเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว

การฝืนไม่ใส่แว่นช่วยบริหารดวงตาหรือไม่?

การพยายามมองโดยไม่ใส่แว่นไม่ได้ทำให้ค่าสายตาหายไป และโดยทั่วไปไม่ได้ช่วยให้ดวงตาแข็งแรงขึ้น หากมีค่าสายตาที่รบกวนการใช้งาน การฝืนมองอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น

  • หยีตาเพื่อพยายามมองให้ชัด
  • ปวดตาหรือตาล้าง่าย
  • ปวดศีรษะหลังอ่านหนังสือหรือทำงาน
  • มองป้ายและรายละเอียดระยะไกลไม่ชัด
  • ขับรถลำบาก โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • ทำงานหรือเรียนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

National Eye Institute อธิบายว่าแว่นเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดในการแก้ภาวะสายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และสายตายาวตามวัย อ่านข้อมูลจาก NEI

เด็กยิ่งไม่ควรรอจนมองไม่เห็นกระดาน

สำหรับเด็ก การตรวจพบปัญหาการมองเห็นตั้งแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญมาก เพราะระบบการมองเห็นและสมองยังอยู่ในช่วงพัฒนา

หากเด็กมีค่าสายตาสองข้างแตกต่างกันมาก มีสายตาผิดปกติบางประเภท หรือมองไม่ชัดอยู่เป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการแก้ไข อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจในบางกรณี การแก้ไขตั้งแต่เด็กมักมีโอกาสได้ผลดีกว่าการปล่อยไว้นาน ตามข้อมูลของ National Eye Institute

สัญญาณที่ผู้ปกครองควรสังเกต ได้แก่ เด็กชอบนั่งใกล้โทรทัศน์ ถือหนังสือหรือโทรศัพท์ใกล้ใบหน้า หยีตาเวลามองไกล ปิดตาข้างหนึ่ง หรือบ่นปวดศีรษะบ่อย หากพบอาการเหล่านี้ควรพาไปตรวจโดยไม่ต้องรอให้เด็กบอกว่ามองไม่ชัด

ใส่แว่นแล้วช่วยถนอมสายตาได้หรือไม่?

คำว่า “ถนอมสายตา” ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง แว่นที่มีค่าสายตาเหมาะสมสามารถช่วยให้มองเห็นชัด ลดการเพ่ง และช่วยให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น แต่แว่นทั่วไปไม่ได้ป้องกันโรคตาทุกชนิด และไม่สามารถรักษาต้อกระจก ต้อหิน โรคจอประสาทตา หรือโรคทางตาอื่น ๆ ได้

ส่วนเลนส์กรองแสงสีฟ้า ไม่ควรโฆษณาว่าสามารถป้องกันจอประสาทตาเสื่อมจากหน้าจอได้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำลายดวงตา อย่างไรก็ตาม การจัดระยะหน้าจอให้เหมาะสม พักสายตาเป็นระยะ กะพริบตาให้บ่อย และลดแสงสะท้อน สามารถช่วยลดความไม่สบายตาจากการใช้หน้าจอได้

จำเป็นต้องใส่แว่นตลอดเวลาหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคนต้องใส่แว่นตลอดทั้งวัน ขึ้นอยู่กับชนิดและระดับค่าสายตา อายุ อาชีพ และลักษณะการใช้งาน

บางคนอาจใช้แว่นเฉพาะเวลาขับรถหรือมองไกล บางคนใช้เฉพาะอ่านหนังสือและทำงานหน้าจอ ขณะที่ผู้มีค่าสายตาสูงหรือจำเป็นต้องมองเห็นชัดตลอดเวลา อาจเหมาะกับการใส่แว่นเป็นประจำ

จึงไม่ควรนำแว่นของผู้อื่นมาลองใส่ หรือตัดสินใจจากตัวเลขค่าสายตาเพียงอย่างเดียว ควรตรวจวัดและทดลองการมองเห็นให้เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละคน

สรุป: ไม่ต้องรีบใส่แว่นโดยไม่มีเหตุ แต่ก็ไม่ควรฝืนมองไม่ชัด

การใส่แว่นเร็วไม่ได้ทำให้สายตาแย่ลง หากเป็นแว่นที่มีค่าสายตาเหมาะสมกับผู้สวมใส่ สิ่งสำคัญไม่ใช่การใส่ให้เร็วที่สุด แต่คือ การตรวจพบปัญหาและแก้ไขในเวลาที่เหมาะสม

หากมองไม่ชัด หยีตาบ่อย ปวดศีรษะหลังใช้สายตา ขับรถกลางคืนลำบาก หรือรู้สึกว่าแว่นเดิมไม่ชัดเหมือนก่อน ควรเข้ารับการตรวจวัดสายตา ไม่จำเป็นต้องรอให้อาการรบกวนชีวิตประจำวันมากขึ้น

ในกรณีที่มีอาการตามัวเฉียบพลัน เห็นแสงวาบ จุดดำเพิ่มขึ้นมาก เห็นภาพซ้อน ปวดตารุนแรง ตาแดงร่วมกับคลื่นไส้ หรือใส่แว่นแล้วยังมองไม่ชัด ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็ว เพราะอาการอาจไม่ได้เกิดจากค่าสายตาเพียงอย่างเดียว

January Optical ให้บริการตรวจวัดสายตาและแนะนำเลนส์ให้เหมาะกับการใช้งาน หากตรวจพบความผิดปกติที่อาจไม่ใช่ปัญหาค่าสายตา ทางร้านจะแนะนำให้เข้ารับการตรวจเพิ่มเติมกับจักษุแพทย์

โทร: 090-245-1659
LINE: @jan-optic