ข้ามไปยังเนื้อหา
ร้านแว่นตา วัดสายตาฟรี ประกอบแว่น เปลี่ยนเลนส์ ดูแลแว่นฟรี ครบจบในร้านเดียว
โทร 090-245-1659 | LINE @jan-optic
January Optical Updates
บทความ วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 06:50 น. อ่าน 16 ครั้ง

ควรเปลี่ยนแว่นบ่อยแค่ไหน? เช็ก 7 สัญญาณว่าแว่นคู่เดิมอาจถึงเวลาเปลี่ยน

แว่นตาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามจำนวนปีเสมอไป แต่ควรดูทั้งค่าสายตา สภาพเลนส์ และกรอบแว่น มาดูกันว่า 7 สัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าแว่นคู่เดิมอาจถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

ควรเปลี่ยนแว่นทุกกี่ปี? เช็ก 7 สัญญาณว่าค่าสายตา เลนส์ หรือกรอบแว่นอาจถึงเวลาเปลี่ยน พร้อมคำแนะนำว่าควรตรวจสายตาบ่อยแค่ไหน
บทความ January Optical
News Detail

รายละเอียดข่าว

บทความจาก January Optical

ปรับขนาดตัวอักษรบทความ เลือกขนาดที่อ่านสบาย ก่อนเริ่มอ่านเนื้อหา
ขนาดปกติ

ควรเปลี่ยนแว่นบ่อยแค่ไหน? เช็ก 7 สัญญาณว่าแว่นคู่เดิมอาจถึงเวลาเปลี่ยน

หลายคนใช้แว่นคู่เดิมมาหลายปีจนเกิดคำถามว่า จริง ๆ แล้วเราควรเปลี่ยนแว่นทุกกี่ปี?

คำตอบคือ ไม่มีระยะเวลาตายตัวว่าทุกคนต้องเปลี่ยนแว่นทุก 1 ปี หรือทุก 2 ปี เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือ ค่าสายตาเปลี่ยนหรือไม่ เลนส์ยังอยู่ในสภาพดีหรือเปล่า และแว่นคู่เดิมยังให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตาอยู่หรือไม่

หากค่าสายตายังเหมาะสม กรอบและเลนส์ยังอยู่ในสภาพดี ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแว่นเพียงเพราะใช้งานมาครบจำนวนปีหนึ่ง ๆ

คนกำลังสงสัยว่าควรเปลี่ยนแว่นเมื่อไร

แต่ถึงแม้แว่นจะยังดูปกติ ก็ควรตรวจสายตาเป็นระยะ เพราะค่าสายตาและสุขภาพตาสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว โดยทั่วไปหลายแนวทางแนะนำให้ผู้ใหญ่ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงตรวจสายตาประมาณทุก 1–2 ปี และอาจต้องตรวจถี่ขึ้นตามอายุ อาการ หรือปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน

7 สัญญาณที่บอกว่า อาจถึงเวลาเปลี่ยนแว่นแล้ว

คนใส่แว่นมีอาการล้าตาและมองไม่ชัด

1. เริ่มมองไม่ชัดเหมือนเดิม

ถ้าเมื่อก่อนใส่แว่นแล้วมองป้าย อ่านตัวหนังสือ หรือขับรถได้ชัด แต่ช่วงหลังเริ่มรู้สึกว่าภาพไม่คม ต้องหรี่ตาหรือเพ่งมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าค่าสายตาเปลี่ยนไป

ค่าสายตาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามวัยและปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้นหากรู้สึกว่าการมองเห็นเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงรอบตรวจครั้งต่อไป ควรตรวจวัดสายตาใหม่เพื่อหาสาเหตุ

2. ปวดตา ปวดศีรษะ หรือเมื่อยล้าตาง่ายขึ้น

การต้องเพ่งเพื่อชดเชยค่าสายตาที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้รู้สึกล้าตา ปวดศีรษะ หรือไม่สบายตา โดยเฉพาะเวลาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือ หรือขับรถเป็นเวลานาน

หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย ควรตรวจดูทั้งค่าสายตาและความเหมาะสมของแว่นที่ใช้อยู่

ผู้ใหญ่ยื่นโทรศัพท์ออกไปไกลเพื่ออ่านข้อความ

3. ต้องถอดแว่นหรือยกแว่นเวลาอ่านหนังสือ

เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป หลายคนจะเริ่มสังเกตว่าอ่านตัวหนังสือใกล้ ๆ ยากขึ้น ต้องยื่นโทรศัพท์ออกไปไกล หรือถอดแว่นสายตาสั้นออกเวลาอ่าน

อาการลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับ สายตายาวตามวัย (Presbyopia) ซึ่งเกิดจากความสามารถในการโฟกัสระยะใกล้ที่ลดลงตามอายุ

บางคนอาจเหมาะกับแว่นอ่านหนังสือ บางคนเหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ หรืออาจมีทางเลือกอื่น ขึ้นอยู่กับค่าสายตาและลักษณะการใช้งานของแต่ละคน

เลนส์แว่นมีรอยขีดข่วนและสารเคลือบเสื่อม

4. เลนส์มีรอยขีดข่วนจนรบกวนการมอง

รอยเล็ก ๆ บริเวณขอบเลนส์อาจไม่ส่งผลมากนัก แต่ถ้ามีรอยจำนวนมาก หรือมีรอยอยู่บริเวณกึ่งกลางแนวสายตา อาจทำให้ภาพไม่คม เกิดแสงกระจาย และรบกวนการมองเห็นได้

หากเลนส์มีความเสียหายมาก การเปลี่ยนเลนส์ใหม่มักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการพยายามขัดรอยออก เพราะการขัดอาจทำให้ผิวหรือสารเคลือบเลนส์เสียหายเพิ่มเติมได้

5. สารเคลือบเลนส์เริ่มเสื่อม

หากเริ่มเห็นอาการ เช่น

  • ผิวเลนส์เป็นฝ้าหรือเป็นด่าง
  • สารเคลือบมีลักษณะแตกลาย
  • เช็ดแล้วไม่ใสเหมือนเดิม
  • มองไฟตอนกลางคืนแล้วกระจายมากขึ้น
  • เลนส์มีรอยจำนวนมาก

แม้ว่าค่าสายตาจะยังเท่าเดิม ก็อาจพิจารณาเปลี่ยนเฉพาะเลนส์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกรอบใหม่ทุกครั้ง

ช่างแว่นกำลังปรับกรอบแว่นให้พอดีกับผู้สวมใส่

6. กรอบเริ่มหลวม บิด หรือไม่พอดีกับใบหน้า

กรอบแว่นมีผลต่อการวางตำแหน่งของเลนส์ด้วย หากแว่นไหลลงจมูก เอียง หรือกรอบเสียรูป ตำแหน่งที่เรามองผ่านเลนส์อาจไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเลนส์ที่ต้องอาศัยตำแหน่งการมองค่อนข้างแม่นยำ เช่น เลนส์โปรเกรสซีฟ

บางกรณีอาจเพียงแค่ปรับดัดกรอบใหม่ แต่ถ้ากรอบเสื่อมสภาพมาก มีรอยแตกร้าว หรือไม่สามารถรักษารูปทรงได้แล้ว การเปลี่ยนกรอบอาจเหมาะสมกว่า

การใช้สายตากับคอมพิวเตอร์และมือถือในชีวิตประจำวัน

7. รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป

บางครั้งค่าสายตาอาจไม่ได้เปลี่ยนมาก แต่ ลักษณะการใช้สายตาเปลี่ยน

ตัวอย่างเช่น จากเดิมทำงานนอกสถานที่ แต่ปัจจุบันต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง หรือเริ่มขับรถกลางคืนบ่อยขึ้น รวมถึงผู้ที่เริ่มมีปัญหาการมองระยะใกล้เมื่ออายุมากขึ้น

แว่นคู่เดิมจึงอาจไม่ตอบโจทย์เหมือนเดิม แม้ค่าสายตาจะใกล้เคียงเดิมก็ตาม

สรุปแล้ว ควรเปลี่ยนแว่นทุกกี่ปี?

แทนที่จะกำหนดว่า “ต้องเปลี่ยนแว่นทุก 1 หรือ 2 ปี” ควรพิจารณาจาก 3 เรื่องหลัก ได้แก่

ค่าสายตา — สภาพเลนส์ — สภาพกรอบ

หากตรวจแล้วค่าสายตาไม่เปลี่ยน แว่นยังมองเห็นชัด เลนส์ไม่มีรอยรบกวน และกรอบยังอยู่ในสภาพดี ก็สามารถใช้งานต่อได้

ในทางกลับกัน หากเพิ่งใช้แว่นได้ไม่นานแต่เริ่มมองไม่ชัด ปวดตา หรือรู้สึกว่าการมองเห็นเปลี่ยนไป ก็ควรตรวจสายตาใหม่โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบปี

เปลี่ยนเฉพาะเลนส์ได้ไหม?

ได้ในหลายกรณี

หากคุณยังชอบกรอบเดิมและกรอบยังแข็งแรง สามารถนำมาตรวจประเมินเพื่อเปลี่ยนเฉพาะเลนส์ได้ อย่างไรก็ตาม กรอบบางชนิดที่ใช้งานมานานอาจมีความกรอบหรือมีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ จึงควรให้ร้านตรวจสภาพก่อนใส่เลนส์ใหม่

อย่ารอจน “มองไม่เห็น” แล้วค่อยตรวจสายตา

หลายคนคิดว่าตราบใดที่ยังมองเห็นอยู่ แว่นคู่เดิมก็น่าจะยังใช้ได้ แต่การตรวจสายตาไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อหาค่าสายตาสำหรับตัดแว่นเท่านั้น การตรวจตายังช่วยประเมินการมองเห็นและตรวจหาความผิดปกติบางอย่างที่อาจไม่มีอาการในระยะแรกได้

ดังนั้น หากใช้แว่นมานานแล้ว หรือเริ่มรู้สึกว่าการมองเห็นไม่เหมือนเดิม การตรวจสายตาใหม่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตอบคำถามว่า

“ถึงเวลาเปลี่ยนแว่นหรือยัง?”

บรรยากาศตรวจวัดสายตาและให้คำแนะนำเรื่องเลนส์ในร้านแว่น

ตรวจวัดสายตาก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแว่น

ที่ January Optical เราแนะนำให้ตรวจวัดสายตาและพูดคุยถึงลักษณะการใช้งานจริงก่อนเลือกเลนส์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ขับรถ อ่านหนังสือ หรือการใช้งานหลายระยะในชีวิตประจำวัน

เพราะแว่นที่เหมาะ ไม่ได้หมายถึงแค่ “มองเห็นชัด” แต่ควรช่วยให้มองได้ ชัด สบาย และเหมาะกับการใช้งานของแต่ละคน