ข้ามไปยังเนื้อหา
ร้านแว่นตา วัดสายตาฟรี ประกอบแว่น เปลี่ยนเลนส์ ดูแลแว่นฟรี ครบจบในร้านเดียว
โทร 090-245-1659 | LINE @jan-optic
January Optical Updates
บทความ วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 05:56 น. อ่าน 43 ครั้ง

ขับรถกลางคืนแล้วไฟ LED แยงตา เลือกเลนส์แบบไหนดี?

ขับรถกลางคืนแล้วไฟแตก แสงฟุ้ง หรือรู้สึกไม่มั่นใจบนถนน อาจเป็นสัญญาณว่าแว่นเดิมไม่ตอบโจทย์การใช้งานแล้ว บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุ และเลือกเลนส์ที่เหมาะกับการขับรถกลางคืนได้ง่ายขึ้น

ขับรถกลางคืนแล้วไฟ LED แยงตา เลือกเลนส์แบบไหนดี?
บทความ January Optical
News Detail

รายละเอียดข่าว

บทความจาก January Optical

ปรับขนาดตัวอักษรบทความ เลือกขนาดที่อ่านสบาย ก่อนเริ่มอ่านเนื้อหา
ขนาดปกติ

ขับรถกลางคืนแล้วไฟ LED แยงตา เลือกเลนส์แบบไหนดี?

หลายคนขับรถกลางคืนแล้วรู้สึกเหมือนกันว่า ไฟหน้ารถสมัยนี้สว่างมาก โดยเฉพาะไฟ LED จากรถฝั่งตรงข้าม บางครั้งแสงพุ่งเข้าตา ทำให้มองถนนไม่ชัด เห็นไฟแตกเป็นแฉก หรือรู้สึกตาล้าเร็วกว่าปกติ

อาการแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเป็นเรื่องปกติเสมอไป เพราะอาจเกี่ยวกับหลายปัจจัย เช่น ค่าสายตาเปลี่ยน สายตาเอียง เลนส์แว่นเป็นรอย เคลือบเลนส์เสื่อม กระจกหน้ารถสกปรก หรือดวงตาไวต่อแสงมากกว่าปกติ

ดังนั้นก่อนจะเลือกเลนส์สำหรับขับรถกลางคืน ควรเข้าใจก่อนว่า “แสงแยงตา” เกิดจากอะไรได้บ้าง และเลนส์แบบไหนช่วยให้ขับรถได้สบายตามากขึ้น

ทำไมไฟ LED ถึงรู้สึกแยงตามาก?

ไฟหน้ารถ LED มีความสว่างสูงและมีลักษณะเป็นแสงขาวจัด เมื่อขับสวนกันตอนกลางคืน ดวงตาต้องปรับตัวจากความมืดบนถนนไปเจอแสงสว่างทันที จึงทำให้รู้สึกแสบตา พร่า หรือมองทางข้างหน้าได้ยากชั่วขณะ

ยิ่งถ้ารถฝั่งตรงข้ามเปิดไฟสูง รถยกสูง ไฟตั้งมุมไม่ถูกต้อง หรือกระจกหน้ารถมีคราบ แสงที่เข้าตาก็จะยิ่งฟุ้งมากขึ้น

สำหรับบางคน ปัญหาอาจไม่ได้มาจากไฟรถอย่างเดียว แต่อาจมาจากแว่นที่ใส่อยู่ เช่น เลนส์มีรอยขีดข่วน เคลือบเลนส์ลอก หรือค่าสายตาเดิมไม่ตรงกับสายตาปัจจุบันแล้ว

ขับกลางคืนแล้วไฟแตก แสงฟุ้ง เกิดจากอะไรได้บ้าง?

อาการไฟแตก แสงฟุ้ง หรือเห็นวงแสงรอบไฟ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ค่าสายตาสั้นหรือยาวเปลี่ยนไป
  • มีสายตาเอียง
  • เลนส์แว่นเป็นรอย
  • เคลือบเลนส์เสื่อมหรือหลุดลอก
  • แว่นเดิมใช้งานมานาน
  • กระจกหน้ารถหรือกระจกแว่นมีคราบ
  • ตาแห้งหรือล้าจากการใช้จอทั้งวัน
  • ปัญหาสุขภาพตาบางอย่างที่ควรตรวจเพิ่มเติม

เพราะฉะนั้น ถ้าขับรถกลางคืนแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่ควรรีบซื้อเลนส์จากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการเช็กค่าสายตาและสภาพเลนส์ก่อนครับ

เลนส์แบบไหนเหมาะกับการขับรถกลางคืน?

สำหรับการขับรถกลางคืน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ “มองชัด ลดแสงสะท้อน และไม่ทำให้ภาพมืดลงเกินไป”

1. เลนส์ใสที่ค่าสายตาถูกต้อง

ข้อแรกสำคัญที่สุดคือ ค่าสายตาต้องแม่น เพราะถ้าค่าสายตาไม่ตรง ต่อให้ใช้เลนส์เคลือบดีแค่ไหน ก็อาจยังมองไม่สบายอยู่ดี

โดยเฉพาะคนที่มีสายตาเอียง หากไม่ได้แก้ค่าสายตาเอียงให้เหมาะสม อาจทำให้เห็นไฟแตกเป็นเส้นหรือเป็นแฉกได้ง่ายกว่าปกติ

2. เลนส์เคลือบลดแสงสะท้อน หรือ Anti-Reflection Coating

เลนส์เคลือบลดแสงสะท้อนเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนขับรถกลางคืน เพราะช่วยลดแสงสะท้อนบนผิวเลนส์ ทำให้ภาพดูใสขึ้น ลดเงาสะท้อนจากไฟหน้ารถ ไฟถนน หรือแสงจากหน้าปัดรถ

เลนส์แบบนี้ไม่ได้ทำให้ไฟหน้ารถหายแยงตา 100% แต่ช่วยให้การมองผ่านเลนส์สบายขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องขับรถกลางคืนบ่อย ๆ

3. หลีกเลี่ยงเลนส์สีเข้มหรือเลนส์กันแดดตอนกลางคืน

บางคนคิดว่าไฟแยงตา ต้องใช้เลนส์สีเข้มหรือแว่นกันแดดช่วย แต่การใช้เลนส์สีเข้มตอนกลางคืนอาจทำให้ภาพโดยรวมมืดลง มองถนน คนเดิน หรือสิ่งกีดขวางได้ยากขึ้น

การขับรถกลางคืนควรใช้เลนส์ที่ให้แสงผ่านได้ดี มองชัด และไม่ลดความสว่างของภาพมากเกินไป

4. แล้วแว่นเลนส์เหลืองช่วยจริงไหม?

แว่นเลนส์เหลืองสำหรับขับกลางคืนเป็นสิ่งที่หลายคนเคยได้ยิน เพราะมักถูกโฆษณาว่าช่วยลดแสงจ้าและทำให้ขับรถกลางคืนชัดขึ้น

แต่ในความเป็นจริง ไม่ควรสรุปว่าเลนส์เหลืองช่วยทุกคนเสมอไป เพราะเลนส์ที่มีสีอาจลดปริมาณแสงที่เข้าตา และอาจทำให้ภาพบางส่วนมืดลงได้

ถ้าจะเลือกใช้เลนส์สำหรับขับกลางคืน ควรเน้นค่าสายตาที่ถูกต้อง เลนส์ใสคุณภาพดี และสารเคลือบลดแสงสะท้อนก่อนครับ

แว่นเดิมใส่มานาน อาจเป็นตัวทำให้แสงฟุ้ง

ถ้าแว่นใช้งานมานานหลายปี ลองสังเกตเลนส์ดูครับว่า มีรอยขีดข่วนหรือเคลือบเลนส์เริ่มลอกหรือไม่ เพราะรอยเล็ก ๆ บนเลนส์อาจทำให้แสงแตกกระจายมากขึ้น โดยเฉพาะเวลามีไฟรถส่องเข้ามาตอนกลางคืน

บางครั้งลูกค้าอาจคิดว่าตัวเองสายตาแย่ลง แต่จริง ๆ ปัญหาอาจมาจากเลนส์เก่าที่สภาพไม่ดีแล้วก็ได้

ดังนั้นการเช็กทั้งค่าสายตาและสภาพเลนส์จึงสำคัญมากครับ

นอกจากเลนส์ ควรดูอะไรอีกบ้าง?

การขับรถกลางคืนให้สบายตาไม่ได้ขึ้นอยู่กับแว่นอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องอื่นที่ช่วยได้ เช่น

  • เช็ดกระจกหน้ารถให้สะอาดทั้งด้านนอกและด้านใน
  • เช็ดเลนส์แว่นให้สะอาดก่อนขับรถ
  • ปรับกระจกมองหลังเป็นโหมดลดแสงสะท้อน
  • อย่าจ้องไฟหน้ารถฝั่งตรงข้ามโดยตรง
  • มองตามเส้นขอบถนนหรือเลนถนนแทนเมื่อเจอไฟแยงตา
  • พักสายตาให้เพียงพอ ถ้าขับทางไกล
  • ตรวจเช็กสายตาเป็นระยะ โดยเฉพาะคนที่ขับรถกลางคืนบ่อย

สรุป: เลือกเลนส์แบบไหนดี?

ถ้าขับรถกลางคืนแล้วเจอไฟ LED แยงตา ไฟแตก หรือแสงฟุ้ง สิ่งที่ควรเริ่มทำคือ

  1. เช็กค่าสายตาว่ายังตรงอยู่ไหม
  2. เช็กว่ามีสายตาเอียงหรือไม่
  3. ตรวจสภาพเลนส์เดิมว่ามีรอยหรือเคลือบลอกไหม
  4. เลือกเลนส์ใสที่เหมาะกับค่าสายตา
  5. เลือกเลนส์เคลือบลดแสงสะท้อนคุณภาพดี
  6. หลีกเลี่ยงเลนส์สีเข้มหรือแว่นกันแดดตอนกลางคืน
  7. หากมีอาการแสงฟุ้งมากผิดปกติ ควรตรวจสุขภาพตาเพิ่มเติม

เลนส์ที่เหมาะกับการขับรถกลางคืน ไม่ใช่เลนส์ที่ทำให้ภาพมืดลง แต่ควรเป็นเลนส์ที่ช่วยให้มองชัด ลดแสงสะท้อน และใส่สบายกับค่าสายตาของเรา

January Optical ยินดีให้คำแนะนำเรื่องการเลือกเลนส์สำหรับขับรถกลางคืน เลนส์ลดแสงสะท้อน และการเช็กสภาพแว่นเดิม เพื่อให้คุณขับรถได้มั่นใจและสบายตามากขึ้นครับ

แหล่งอ้างอิง

  1. American Academy of Ophthalmology (AAO) – อธิบายว่า “การมองเห็นคอนทราสต์” มีผลต่อการมองคนเดินเท้า ไฟ และป้ายถนน โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือสภาพอากาศไม่ดี เหมาะใช้อ้างอิงเรื่องขับกลางคืนต้องมองชัด ไม่ใช่แค่ลดแสงอย่างเดียว 
  2. American Academy of Ophthalmology (AAO) – ระบุว่าแว่นขับกลางคืนแบบเลนส์สี/เลนส์มืดอาจไม่ได้ช่วยเสมอไป และเลนส์ที่ทำให้ภาพมืดลงอาจลดการมองเห็นในเวลากลางคืน 
  3. American Optometric Association (AOA) – แนะนำให้ใช้เลนส์แว่นสายตาที่มี Anti-Reflection Coating เพื่อลดแสงรบกวนจากหน้าปัดรถ ไฟถนน และไฟจากรถคันอื่น 
  4. U.S. Food & Drug Administration (FDA) – ระบุว่าไม่แนะนำให้ใส่แว่นกันแดดหรือเลนส์สีเข้มสำหรับการขับรถตอนกลางคืน เพราะเลนส์สีลดปริมาณแสงที่เข้าสู่ตา 
  5. American Academy of Ophthalmology (AAO) – ตาแห้งสามารถทำให้เกิดอาการแสงฟุ้งหรือแสงจ้ารบกวนตอนขับรถกลางคืนได้ 
  6. National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) – แนะนำให้หลีกเลี่ยงเลนส์สี/แว่นกันแดดตอนกลางคืน รักษากระจกหน้า กระจกมองข้าง และไฟหน้าให้สะอาด รวมถึงมองไปทางขอบถนนด้านขวาเมื่อเจอไฟรถสวน เพื่อลดผลกระทบจากแสงจ้า 
  7. AAA – แนะนำเทคนิคขับกลางคืน เช่น หลีกเลี่ยงการจ้องไฟหน้ารถที่สวนมาโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดจุดบอดชั่วคราวและลดการมองเห็นได้