รายละเอียดข่าว
บทความจาก January Optical
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า เวลาตัดแว่นที่ร้านแว่น กับการซื้อแว่นสำเร็จรูปตามร้านทั่วไปหรือออนไลน์ ต่างกันมากแค่ไหน?
แว่นสำเร็จรูปมีข้อดีคือ ราคาย่อมเยา หาซื้อง่าย ดีไซน์หลากหลาย และเหมาะกับการใช้งานบางกรณี เช่น ใช้อ่านหนังสือชั่วคราว แต่ในความเป็นจริง แว่นสำเร็จรูปไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป

แว่นสำเร็จรูปมักมีค่าสายตาแบบมาตรฐาน เช่น +1.00, +1.50, +2.00 หรือ +3.00 และส่วนใหญ่จะกำหนดค่าสายตาให้ตาทั้งสองข้างเท่ากัน
แต่ในความเป็นจริง หลายคนมีค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน บางคนมีสายตาเอียงร่วมด้วย หรือมีระยะห่างระหว่างตาที่ไม่ตรงกับตำแหน่งเลนส์ของแว่นสำเร็จรูป เมื่อนำมาใส่จริง อาจทำให้มองไม่ชัด ใส่แล้วไม่สบายตา หรือปวดศีรษะได้

แว่นที่ใส่สบาย ไม่ได้ดูแค่ค่าสายตาอย่างเดียว แต่ต้องดูเรื่อง “ตำแหน่งการมองผ่านเลนส์” ด้วย
โดยปกติ ดวงตาของเราควรมองผ่านบริเวณจุดศูนย์กลางของเลนส์ หากแว่นสำเร็จรูปมีระยะศูนย์กลางเลนส์ไม่ตรงกับระยะห่างของตาเรา อาจทำให้ภาพที่มองเห็นผิดเพี้ยน หรือเกิดอาการล้าตาได้ โดยเฉพาะเมื่อใส่นาน ๆ

แว่นสำเร็จรูปอาจเหมาะสำหรับคนที่มีสายตามองไกลปกติ และต้องการใช้แว่นสำหรับอ่านหนังสือระยะใกล้เป็นครั้งคราว โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีสายตายาวตามอายุ
แต่ถ้าใส่แล้วมีอาการมองไม่ชัด ปวดหัว เวียนหัว ตาล้า หรือรู้สึกไม่สบายตา ควรหยุดใช้ และเข้ารับการตรวจวัดสายตาให้ละเอียด

สำหรับผู้ที่ต้องการลองใช้แว่นอ่านหนังสือสำเร็จรูป อาจเริ่มเลือกจากช่วงอายุโดยประมาณดังนี้
อายุประมาณ 40 ปี: เริ่มที่ +1.00
อายุประมาณ 45 ปี: ประมาณ +1.25 ถึง +1.50
อายุประมาณ 50 ปี: ประมาณ +2.00
อายุประมาณ 55 ปี: ประมาณ +2.50
อายุ 60 ปีขึ้นไป: ประมาณ +3.00
ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางคร่าว ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละคนมีระยะการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่น บางคนอ่านหนังสือใกล้มาก บางคนใช้คอมพิวเตอร์ บางคนทำงานฝีมือ หรือบางคนต้องมองหลายระยะในชีวิตประจำวัน ค่าสายตาที่เหมาะสมจึงอาจไม่เท่ากัน
สรุป
แว่นสำเร็จรูปเหมาะสำหรับการใช้งานชั่วคราว หรือใช้เฉพาะอ่านหนังสือในบางคน แต่ถ้าต้องการแว่นที่ใส่สบาย มองชัด และเหมาะกับดวงตาของเราจริง ๆ ควรตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ค่าสายตา ระยะตา และตำแหน่งเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
เพราะแว่นที่ดี ไม่ใช่แค่ใส่แล้วมองเห็น แต่ควรใส่แล้วสบายตา และใช้งานได้เหมาะกับชีวิตประจำวันของเราด้วย