ข้ามไปยังเนื้อหา
ร้านแว่นตา วัดสายตาฟรี ประกอบแว่น เปลี่ยนเลนส์ ดูแลแว่นฟรี ครบจบในร้านเดียว
โทร 090-245-1659 | LINE @jan-optic
January Optical Updates
บทความ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 07:27 น. อ่าน 64 ครั้ง

เด็กติดจอ สายตาสั้นเร็วจริงไหม? พ่อแม่ควรรู้

สายตาสั้น คือภาวะที่เด็กมองไกลไม่ชัด แต่มองใกล้ได้ดีกว่า เช่น มองกระดานในห้องเรียนไม่ชัด มองป้ายไกล ๆ เบลอ ต้องหรี่ตา หรือขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงจะเห็นชัด สาเหตุหลักเกิดจากโครงสร้างตาที่ทำให้แสงไปโฟกัสก่อนถึงจอประสาทตา ส่งผลให้ภาพระยะไกลไม่คมชัด

เด็กติดจอ สายตาสั้นเร็วจริงไหม? พ่อแม่ควรรู้
บทความ January Optical
News Detail

รายละเอียดข่าว

บทความจาก January Optical

ปรับขนาดตัวอักษรบทความ เลือกขนาดที่อ่านสบาย ก่อนเริ่มอ่านเนื้อหา
ขนาดปกติ

ในยุคปี 2026 มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และทีวี กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กแทบทุกวัน เด็กหลายคนใช้หน้าจอเพื่อเรียนออนไลน์ ทำการบ้าน ดูการ์ตูน เล่นเกม หรือคุยกับเพื่อน จนบางครั้งผู้ปกครองเริ่มกังวลว่า “ลูกใช้จอเยอะเกินไปไหม?” และ “จะทำให้สายตาสั้นเร็วขึ้นหรือเปล่า?”

คำตอบแบบเข้าใจง่ายคือ การใช้จอมาก ๆ อาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสายตาสั้นในเด็กและวัยรุ่นได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้จอใกล้ตาเป็นเวลานาน พักสายน้อย และใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากกว่ากลางแจ้ง งานทบทวนและวิเคราะห์งานวิจัยในปี 2025 พบความสัมพันธ์ระหว่างเวลาหน้าจอดิจิทัลกับความเสี่ยงสายตาสั้น โดยรวบรวมข้อมูลจาก 45 งานศึกษา รวมผู้เข้าร่วมกว่า 335,000 คน อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าไม่ได้หมายความว่า “มือถือทำให้สายตาสั้นทุกคน” แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ควรระวังร่วมกับพันธุกรรม พฤติกรรมมองใกล้ และเวลาที่เด็กใช้กลางแจ้ง

สายตาสั้นในเด็กคืออะไร?

สายตาสั้น คือภาวะที่เด็กมองไกลไม่ชัด แต่มองใกล้ได้ดีกว่า เช่น มองกระดานในห้องเรียนไม่ชัด มองป้ายไกล ๆ เบลอ ต้องหรี่ตา หรือขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงจะเห็นชัด สาเหตุหลักเกิดจากโครงสร้างตาที่ทำให้แสงไปโฟกัสก่อนถึงจอประสาทตา ส่งผลให้ภาพระยะไกลไม่คมชัด

สำหรับเด็ก ปัญหาสายตาสั้นไม่ใช่แค่เรื่องมองไม่ชัดเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบกับการเรียน ความมั่นใจ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้ เด็กบางคนเรียนไม่ทัน เพราะมองกระดานไม่ชัด แต่ไม่กล้าบอกครูหรือพ่อแม่ บางคนดูเหมือนไม่ตั้งใจเรียน ทั้งที่จริงแล้วเขาอาจมองเห็นไม่ชัดตั้งแต่แรก

“เด็กบางคนไม่ได้ดื้อหรือไม่ตั้งใจเรียน แต่อาจมองเห็นไม่ชัดโดยไม่รู้ตัว”

เด็กติดจอเกี่ยวกับสายตาสั้นอย่างไร?

เวลาที่เด็กใช้มือถือหรือแท็บเล็ต มักเป็นการมองใกล้ในระยะเดิมเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อตาต้องทำงานต่อเนื่อง หากใช้นานโดยไม่พัก อาจทำให้เกิดอาการตาล้า ปวดตา แสบตา ตาแห้ง หรือปวดศีรษะได้ American Optometric Association แนะนำหลักการพักสายตาแบบ 20-20-20 คือ ทุก ๆ 20 นาที ให้พักสายตาโดยมองออกไปไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อลดอาการตาล้าจากหน้าจอ

นอกจากการใช้จอแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญมากคือ “เวลานอกบ้าน” แหล่งข้อมูลด้านจักษุอย่าง American Academy of Ophthalmology ระบุว่า การใช้เวลากลางแจ้ง โดยเฉพาะในวัยเด็ก มีส่วนช่วยชะลอการเกิดหรือการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นได้ในบางกรณี

พูดง่าย ๆ คือ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “จอ” อย่างเดียว แต่อยู่ที่รูปแบบชีวิตของเด็กในยุคใหม่ที่มองใกล้นานขึ้น พักสายตาน้อยลง และออกไปเล่นกลางแจ้งน้อยลง เมื่อรวมกันหลายปัจจัย จึงทำให้พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องสายตาของลูกมากขึ้น

สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกต

เด็กหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมองไม่ชัด เพราะเขาอาจคิดว่าการเห็นแบบนั้นคือเรื่องปกติ พ่อแม่จึงควรสังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น

ลูกชอบหรี่ตาเวลามองไกล
นั่งดูทีวีใกล้กว่าปกติ
ถือหนังสือ มือถือ หรือแท็บเล็ตใกล้หน้า
บ่นปวดหัว ปวดตา หรือแสบตาหลังใช้จอ
ขยี้ตาบ่อย กะพริบตาบ่อย
มองกระดานไม่ชัด
อ่านหนังสือแล้วเบื่อง่าย
ทำการบ้านแล้วล้าเร็ว
เอียงคอหรือปิดตาข้างหนึ่งเวลามอง
ไม่อยากอ่านหนังสือหรือหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้สายตา

ถ้าพบอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอให้ลูกบ่นว่ามองไม่ชัด เพราะเด็กบางคนอธิบายอาการไม่ถูก การพาเด็กมาตรวจสายตาจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้รู้ปัญหาได้เร็วขึ้น

ใช้จอได้ไหม หรือต้องห้ามลูกเล่นมือถือ?

ไม่จำเป็นต้องห้ามทั้งหมดครับ เพราะในชีวิตจริง เด็กหลายคนต้องใช้จอเพื่อเรียนและทำกิจกรรมต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือการใช้ให้เหมาะสม และมีช่วงพักสายตาอย่างสม่ำเสมอ

พ่อแม่อาจเริ่มจากการกำหนดเวลาการใช้จอให้ชัดเจน ไม่ให้เด็กใช้จอต่อเนื่องนานเกินไป จัดระยะหน้าจอให้ห่างพอสมควร ไม่ให้ถือมือถือชิดตาเกินไป ปรับแสงหน้าจอไม่ให้สว่างจ้าหรือมืดเกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้จอในห้องมืด

อีกข้อที่สำคัญคือ ควรชวนลูกออกไปเล่นนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นกีฬาหนัก ๆ อาจเป็นเดินเล่น ปั่นจักรยาน เล่นสนามเด็กเล่น หรือกิจกรรมครอบครัวนอกบ้านก็ได้ แหล่งข้อมูลด้านสายตาหลายแห่งสนับสนุนว่าเวลานอกบ้านมีประโยชน์ต่อสุขภาพตาและอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดสายตาสั้นในเด็กได้


“ให้เด็กพักจากหน้าจอ และเพิ่มเวลากลางแจ้ง เป็นวิธีดูแลสายตาที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน”

วิธีดูแลสายตาลูกแบบง่าย ๆ ที่บ้าน

พ่อแม่สามารถเริ่มดูแลสายตาลูกได้จากพฤติกรรมประจำวัน ไม่จำเป็นต้องรอให้สายตาสั้นก่อน

อย่างแรกคือ ใช้กฎ 20-20-20 เมื่อลูกใช้จอนาน ๆ ทุก 20 นาที ให้มองไกลประมาณ 20 วินาที อาจทำเป็นเกมเล็ก ๆ เช่น มองต้นไม้ มองหน้าต่าง หรือมองของที่อยู่ไกลในบ้าน

อย่างที่สองคือ จัดมุมอ่านหนังสือและมุมทำการบ้านให้มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดเกินไป และไม่ให้แสงสะท้อนเข้าตาโดยตรง

อย่างที่สามคือ สอนให้ลูกถือหนังสือหรือแท็บเล็ตในระยะที่เหมาะสม ไม่ชิดหน้ามากเกินไป และไม่ควรนอนดูมือถือ เพราะมักทำให้ระยะใกล้เกินและใช้สายตานานโดยไม่รู้ตัว

อย่างที่สี่คือ เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้งในแต่ละวันให้มากขึ้น เพราะเด็กที่อยู่แต่ในบ้านและใช้สายตาระยะใกล้มาก อาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาสั้นมากขึ้นเมื่อเทียบกับเด็กที่มีเวลานอกบ้านมากกว่า

อย่างสุดท้ายคือ ตรวจสายตาเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนเปิดเทอม หรือเมื่อเริ่มมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย เช่น หรี่ตา มองกระดานไม่ชัด หรือบ่นปวดหัวบ่อย ๆ American Academy of Ophthalmology มีคำแนะนำเรื่องการตรวจคัดกรองการมองเห็นในเด็กตั้งแต่วัยเล็กและต่อเนื่องในวัยเรียน ส่วนแนวทางของ AOA ระบุว่าเด็กวัยเรียนควรได้รับการตรวจตาเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อมีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ

ถ้าลูกสายตาสั้นแล้ว ควรทำอย่างไร?

ถ้าตรวจแล้วพบว่าสายตาสั้น สิ่งสำคัญคือไม่ควรปล่อยให้ลูกมองเบลอ เพราะการมองไม่ชัดอาจทำให้เด็กใช้ชีวิตลำบากขึ้น ทั้งการเรียน การอ่านหนังสือ การเล่นกีฬา และความมั่นใจ แว่นสายตาที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กมองเห็นชัดขึ้นและใช้ชีวิตประจำวันได้สบายขึ้น

การเลือกแว่นเด็กควรดูมากกว่าความสวย ต้องคำนึงถึงความเบา ความแข็งแรง ความกระชับ ไม่บีบจมูก ไม่ไหลง่าย และเหมาะกับกิจกรรมของเด็ก เพราะเด็กมักเคลื่อนไหวเยอะ กรอบแว่นจึงควรใส่สบายและปลอดภัย

เลนส์ก็ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น เลนส์ที่มองชัด เคลือบผิวช่วยลดแสงสะท้อน ทำความสะอาดง่าย และเหมาะกับค่าสายตาของเด็กแต่ละคน สิ่งที่ไม่ควรทำคือซื้อแว่นสำเร็จรูปหรือใช้แว่นของคนอื่นแทน เพราะค่าสายตา ระยะห่างตา และรูปหน้าของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน


“แว่นเด็กควรเลือกให้ใส่สบาย กระชับ และเหมาะกับค่าสายตาของแต่ละคน”

ทำไมควรตรวจสายตาก่อนเปิดเทอม?

ช่วงก่อนเปิดเทอมเป็นเวลาที่ดีมากในการพาลูกมาตรวจสายตา เพราะเด็กกำลังจะกลับไปใช้สายตากับการเรียนเต็มรูปแบบ ทั้งมองกระดาน อ่านหนังสือ ใช้แท็บเล็ต ทำการบ้าน และทำกิจกรรมในห้องเรียน หากลูกมองไม่ชัดตั้งแต่ต้นเทอม อาจส่งผลต่อการเรียนและความมั่นใจโดยที่พ่อแม่ไม่ทันสังเกต

การตรวจสายตาก่อนเปิดเทอมช่วยให้รู้ว่าลูกมีค่าสายตาหรือไม่ แว่นเดิมยังพอดีไหม ค่าสายตาเปลี่ยนหรือเปล่า และกรอบแว่นเดิมยังใส่สบายอยู่ไหม สำหรับเด็กที่มีแว่นอยู่แล้ว ควรเช็กทั้งค่าสายตา สภาพเลนส์ รอยขีดข่วน น็อต ขาแว่น และแป้นจมูก เพราะแว่นที่หลวม เอียง หรือเลนส์มีรอยมาก อาจทำให้การมองเห็นไม่สบายได้

สรุป: เด็กติดจอไม่ได้น่ากลัว ถ้าพ่อแม่ดูแลให้ถูกวิธี

เด็กยุคนี้หลีกเลี่ยงหน้าจอได้ยาก แต่พ่อแม่สามารถช่วยลดความเสี่ยงและดูแลสายตาลูกได้ ด้วยการจำกัดเวลาการใช้จอ พักสายตาเป็นระยะ เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้ง จัดแสงให้เหมาะสม และสังเกตพฤติกรรมการมองเห็นของลูกอย่างใกล้ชิด

ถ้าลูกเริ่มหรี่ตา ดูทีวีใกล้ ถือมือถือใกล้หน้า บ่นปวดหัว หรือมองกระดานไม่ชัด อย่ารอให้ปัญหาหนักขึ้น การตรวจสายตาเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนเปิดเทอม เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้พ่อแม่รู้ทันปัญหา และช่วยให้ลูกมองเห็นชัด เรียนได้สบาย และใช้ชีวิตได้มั่นใจมากขึ้น

January Optical พร้อมให้คำแนะนำเรื่องแว่นเด็ก ตรวจวัดสายตา และเลือกกรอบแว่นที่เหมาะกับการใช้งานจริง เพื่อให้เด็ก ๆ ได้แว่นที่ใส่สบาย มองชัด และพร้อมสำหรับทุกวันของการเรียนรู้