ข้ามไปยังเนื้อหา
ร้านแว่นตา วัดสายตาฟรี ประกอบแว่น เปลี่ยนเลนส์ ดูแลแว่นฟรี ครบจบในร้านเดียว
โทร 090-245-1659 | LINE @jan-optic
January Optical Updates
บทความ วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 05:53 น. อ่าน 47 ครั้ง

ขับรถกลางคืนแล้วแสงฟุ้ง อาจไม่ใช่แค่สายตาสั้น

ขับรถกลางคืนแล้วเห็นไฟหน้ารถฟุ้ง แสบตา หรือแตกเป็นแฉก อาจไม่ใช่แค่สายตาสั้น แต่อาจเกี่ยวกับสายตาเอียง ตาแห้ง เลนส์แว่นสะท้อนแสง หรือสุขภาพตาที่ควรตรวจเช็กอย่างละเอียด

ขับรถกลางคืนแล้วแสงฟุ้ง อาจไม่ใช่แค่สายตาสั้น
บทความ January Optical
News Detail

รายละเอียดข่าว

บทความจาก January Optical

ปรับขนาดตัวอักษรบทความ เลือกขนาดที่อ่านสบาย ก่อนเริ่มอ่านเนื้อหา
ขนาดปกติ

ขับรถกลางคืนแล้วแสงฟุ้ง อาจไม่ใช่แค่สายตาสั้น

คำบรรยายภาพ: ขับรถกลางคืนแล้วเห็นไฟฟุ้ง แสบตา หรือเห็นแสงแตกเป็นแฉก อาจมีสาเหตุได้มากกว่าที่คิด

เวลาขับรถตอนกลางคืน หลายคนเคยเจออาการคล้าย ๆ กัน คือมองไฟหน้ารถคันที่สวนมาแล้วรู้สึกว่าแสงมันจ้าเกินไป ฟุ้งกระจาย เป็นวง เป็นแฉก หรือบางทีก็เหมือนต้องเพ่งมากกว่าปกติ ทั้งที่ตอนกลางวันยังมองเห็นได้โอเคอยู่ อาการแบบนี้ทำให้ขับรถไม่มั่นใจ อ่านป้ายช้าลง เปลี่ยนเลนไม่สบายใจ และรู้สึกตาล้าเร็วกว่าปกติ

พอเกิดอาการแบบนี้ หลายคนมักคิดทันทีว่า “น่าจะสายตาสั้นเพิ่ม” ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ แต่จริง ๆ แล้วอาการแสงฟุ้งตอนกลางคืน ไม่ได้เกิดจากสายตาสั้นอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการมองเห็น เช่น สายตาเอียง ค่าสายตาเดิมไม่พอดี ตาแห้ง เลนส์แว่นสะท้อนแสงมาก หรือในบางคนอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพตาบางอย่าง

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าแสงที่เข้าตาไม่สามารถโฟกัสได้คมชัดเหมือนเดิม หรือมีสิ่งรบกวนบนผิวตา บนเลนส์แว่น หรือภายในดวงตา เราก็อาจเห็นแสงแตก ฟุ้ง หรือเห็นวงรอบดวงไฟได้ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่รูม่านตาขยายมากขึ้น ทำให้ความผิดปกติเล็ก ๆ ในระบบการมองเห็นแสดงอาการชัดขึ้นกว่าตอนกลางวัน

สาเหตุที่พบบ่อย: ไม่ใช่แค่สั้น แต่อาจเป็น “เอียง”

คำบรรยายภาพ: ภาพเปรียบเทียบช่วยให้เข้าใจอาการ “แสงฟุ้ง” ได้ชัดขึ้น

หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยมากคือ สายตาเอียง หลายคนเข้าใจว่าสายตาเอียงแค่ทำให้ภาพเบลอ แต่จริง ๆ แล้วอาการของสายตาเอียงมักชัดมากในเวลากลางคืน โดยเฉพาะเวลามองไฟหน้ารถ ไฟถนน หรือป้ายไฟ เพราะแสงอาจดูแตกเป็นเส้น ยืดออก เป็นเงาซ้อน หรือกระจายเป็นแฉก

คนที่มีสายตาเอียงบางครั้งอาจใช้ชีวิตตอนกลางวันได้ค่อนข้างปกติ จนไม่รู้ตัวว่ามีปัญหา แต่พอต้องขับรถกลางคืน จะเริ่มรู้สึกว่า “ทำไมไฟรถคันอื่นมันแสบตาจัง” หรือ “ทำไมป้ายทางหลวงดูไม่คมเหมือนเดิม” นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนเปลี่ยนแค่ค่าสายตาเอียงให้ละเอียดขึ้น ก็รู้สึกว่าการขับรถตอนกลางคืนดีขึ้นอย่างชัดเจน

ค่าสายตาเดิมอาจไม่ตรงแล้ว แม้จะใส่แว่นอยู่ก็ตาม

อีกสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ ค่าสายตาเดิมไม่พอดีกับตาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงก็ตาม บางคนตัดแว่นมานานหลายปี ใช้งานทุกวันจนชิน และรู้สึกว่ายังพอมองเห็นได้ แต่พอถึงสถานการณ์ที่ต้องใช้การมองเห็นมากขึ้น เช่น ขับรถกลางคืนในถนนที่มีไฟสวนแรง ๆ หรือขับตอนฝนตก ก็จะเริ่มเห็นความผิดปกติชัดขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ บางครั้งค่าสายตาไม่ได้เปลี่ยนเยอะมาก แต่เปลี่ยน “พอให้รำคาญตอนกลางคืน” ได้ เช่น เพิ่มขึ้นนิดเดียว หรือแกนเอียงคลาดเล็กน้อย ก็อาจทำให้มองไฟฟุ้งขึ้นกว่าปกติแล้ว เพราะการขับรถกลางคืนต้องใช้ความแม่นยำของสายตาค่อนข้างสูงกว่าการใช้ชีวิตทั่วไป

ดังนั้นถ้าใส่แว่นอยู่แล้วแต่ยังรู้สึกว่าไฟแตก อ่านป้ายไม่ทัน หรือมองไม่สบายตา การตรวจวัดสายตาใหม่แบบละเอียดจึงสำคัญมาก ไม่ใช่แค่วัดว่า “สั้นเท่าไร” แต่ควรดูด้วยว่าเอียงเท่าไร สมดุลสองข้างดีหรือไม่ และเลนส์เดิมยังเหมาะกับการใช้งานจริงหรือเปล่า

บางครั้งต้นเหตุคือ “ตาแห้ง” ที่หลายคนมองข้าม

คำบรรยายภาพ: ใช้สายตาหนัก นอนน้อย หรืออยู่หน้าจอนาน อาจทำให้ตาแห้งและมองแสงฟุ้งได้มากขึ้น

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ ภาวะตาแห้ง หลายคนคิดว่าตาแห้งต้องแสบตาเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วตาแห้งสามารถทำให้เกิดอาการตามัวเป็นพัก ๆ มองไม่คม แสบตา เคืองตา ไวต่อแสง หรือแม้แต่มองแสงฟุ้งตอนกลางคืนได้

สาเหตุเพราะผิวกระจกตาด้านหน้าต้องอาศัย “ฟิล์มน้ำตา” ที่เรียบและสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้แสงผ่านเข้าไปได้อย่างคมชัด ถ้าน้ำตาเคลือบตาไม่ดี ผิวตาจะไม่เรียบพอ ภาพที่ได้ก็อาจไม่นิ่งและไม่คม แสงจากไฟหน้ารถจึงดูแตกหรือฟุ้งได้ง่ายขึ้น

คนที่ใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ อยู่ในห้องแอร์ ขับรถทางไกล พักผ่อนน้อย หรือใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ อาจมีโอกาสเกิดตาแห้งได้มากขึ้น บางคนพอกะพริบตาแล้วภาพกลับมาชัดขึ้นชั่วคราว แบบนี้ก็เป็นสัญญาณที่บอกได้ว่าปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับผิวตาและฟิล์มน้ำตา ไม่ใช่ค่าสายตาอย่างเดียว

เลนส์แว่นก็มีผล โดยเฉพาะเรื่องแสงสะท้อน

คำบรรยายภาพ: เลนส์ที่มีสารเคลือบลดแสงสะท้อนช่วยลดแสงรบกวนและทำให้มองสบายตาขึ้น

หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ตา” อย่างเดียว แต่อยู่ที่ ตัวแว่น ด้วย เช่น เลนส์มีรอยขีดข่วน เคลือบผิวเสื่อม สกปรก หรือไม่มีสารเคลือบลดแสงสะท้อน เวลามองไฟหน้ารถหรือป้ายไฟ แสงจะสะท้อนบนผิวเลนส์เพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรบกวนมากกว่าเดิม

โดยเฉพาะคนที่ขับรถกลางคืนบ่อย เลนส์ที่มี สารเคลือบลดแสงสะท้อน (Anti-Reflective Coating) มักช่วยให้การมองเห็นสบายขึ้น เพราะลดแสงสะท้อนบนผิวเลนส์ ทำให้ภาพดูใสขึ้น และช่วยลดอาการล้าตาเวลาเจอแสงจากรถคันอื่น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือไม่ควรคาดหวังว่าเปลี่ยนเลนส์อย่างเดียวแล้วจะแก้ได้ทุกกรณี เพราะถ้าต้นเหตุจริง ๆ มาจากค่าสายตาเอียง ตาแห้ง หรือปัญหาภายในตา ก็ยังควรตรวจให้ชัดก่อน แล้วค่อยเลือกเลนส์ให้เหมาะกับการใช้งาน

คนอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรระวังเรื่อง “ต้อกระจก” ด้วย

คำบรรยายภาพ: มองแสงจ้ามากผิดปกติหรือขับรถกลางคืนยากขึ้น อาจถึงเวลาตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียด

ถ้าคุณอายุ 40 ปีขึ้นไป แล้วเริ่มรู้สึกว่าเมื่อก่อนขับรถกลางคืนได้สบาย แต่เดี๋ยวนี้เจอไฟแล้วฟุ้งมาก แสบตามาก หรือเปลี่ยนแว่นบ่อยแต่ยังไม่ค่อยดีขึ้น ก็ควรนึกถึง ต้อกระจกระยะแรก ไว้ด้วย

ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาธรรมชาติเริ่มขุ่น ทำให้แสงผ่านได้ไม่คมเหมือนเดิม พอแสงเดินทางผ่านเลนส์ที่ขุ่น ก็จะเกิดการกระเจิงของแสง ส่งผลให้เห็นภาพมัว เห็นแสงจ้าเกินไป เห็นวงรอบดวงไฟ หรือมองกลางคืนลำบากขึ้น

อาการแบบนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแบบชัดเจนในวันเดียว แต่ค่อย ๆ เป็นมากขึ้นทีละน้อย จนบางคนชินไปเองโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นถ้ารู้สึกว่ากลางคืนมองยากขึ้นเรื่อย ๆ หรือภาพไม่คมแม้เพิ่งเปลี่ยนแว่น ก็ควรตรวจสุขภาพตาเพิ่มเติม ไม่ควรเดาเอง

บางครั้งสาเหตุอาจง่ายกว่าที่คิด

คำบรรยายภาพ: คราบบนกระจกหน้ารถ รอยบนเลนส์ หรือไฟหน้ารถสกปรก ก็ทำให้แสงฟุ้งได้เหมือนกัน

ก่อนจะสรุปว่าปัญหาอยู่ที่สายตา ลองเช็กสิ่งรอบตัวก่อนด้วย เช่น

  • กระจกหน้ารถมีคราบมัวหรือไม่
  • ฟิล์มรถเสื่อมหรือเปล่า
  • ไฟหน้ารถสกปรกไหม
  • เลนส์แว่นมีรอยหรือมีคราบหรือไม่

เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้มีผลมากกว่าที่คิด เพราะทุกอย่างที่ทำให้แสงกระจายได้ ล้วนเพิ่มความฟุ้งและความรำคาญสายตาเวลาขับรถกลางคืนทั้งนั้น บางคนแค่เปลี่ยนเลนส์ใหม่ ทำความสะอาดกระจก หรือเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน ก็รู้สึกว่าขับสบายขึ้นแล้ว

แล้วแว่นเลนส์เหลืองสำหรับขับรถกลางคืนช่วยจริงไหม?

คำถามนี้มีคนถามบ่อยมาก หลายคนเห็นโฆษณาว่าเลนส์สีเหลืองช่วยตัดแสงและทำให้มองกลางคืนดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง เลนส์ที่ทำให้ภาพมืดลงอาจไม่เหมาะกับการขับรถตอนกลางคืน เพราะกลางคืนเราต้องการแสงที่เพียงพอในการมองถนน ป้าย และคนเดินเท้าอยู่แล้ว

สิ่งที่มักช่วยได้จริงกว่าคือ

  • ค่าสายตาที่แม่นยำ
  • เลนส์คุณภาพดี
  • สารเคลือบลดแสงสะท้อน
  • การดูแลสุขภาพตาและตรวจตาอย่างเหมาะสม

ดังนั้นถ้ามีปัญหาแสงฟุ้งบ่อย ๆ อย่าเพิ่งรีบหาของเสริมมาใช้เอง ควรเริ่มจากการหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน

ถ้ามีอาการแบบไหน ควรรีบตรวจตา?


คำบรรยายภาพ: การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดช่วยให้รู้ต้นเหตุของอาการ และเลือกวิธีแก้ได้ตรงจุดมากขึ้น

หากคุณมีอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาหรือตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียด

  • ขับรถกลางคืนแล้วเห็นไฟฟุ้งบ่อย
  • มองป้ายทางไม่คม ต้องเพ่งมาก
  • เปลี่ยนแว่นแล้วก็ยังรู้สึกไม่ชัด
  • แสบตา ตาล้า หรือตามัวเป็นพัก ๆ
  • มองเห็นแสงเป็นวงรอบไฟชัดขึ้นเรื่อย ๆ
  • อายุมากกว่า 40 ปี และเริ่มรู้สึกว่าการมองกลางคืนแย่ลง

และถ้ามีอาการรุนแรง เช่น ตามัวลงเร็ว ปวดตา ตาแดงมาก ปวดศีรษะร่วมกับคลื่นไส้ หรือเห็นวงแสงรอบไฟชัดผิดปกติ ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็ว

สรุป

อาการขับรถกลางคืนแล้วแสงฟุ้ง ไม่ควรมองว่าเป็นแค่ “สายตาสั้นเพิ่ม” เสมอไป เพราะอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งสายตาเอียง ค่าสายตาเดิมไม่พอดี ตาแห้ง เลนส์แว่นสะท้อนแสง หรือปัญหาสุขภาพตาอย่างต้อกระจก

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเดาเอง เพราะแต่ละสาเหตุมีวิธีแก้ต่างกัน บางคนแค่ปรับค่าสายตาให้ตรงก็ชัดขึ้น บางคนต้องเปลี่ยนเลนส์ให้เหมาะกับการใช้งาน บางคนอาจต้องดูแลเรื่องตาแห้ง หรือบางรายควรตรวจตาอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าขับรถกลางคืนไม่สบายตาเหมือนเดิม การเข้ามาตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะยิ่งรู้สาเหตุเร็ว ก็ยิ่งแก้ได้ตรงจุด และช่วยให้การขับรถปลอดภัยมากขึ้นในทุกคืนที่ต้องออกถนน

หมายเหตุ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติรุนแรงควรพบจักษุแพทย์

อ้างอิง

  1. American Academy of Ophthalmology (AAO). Night Vision / Vision and Driving / Night Driving Glasses
    https://www.aao.org
  2. National Eye Institute (NEI). Cataracts
    https://www.nei.nih.gov/eye-health-information/eye-conditions-and-diseases/cataracts
  3. American Optometric Association (AOA). Dry Eye
    https://www.aoa.org/healthy-eyes/eye-and-vision-conditions/dry-eye
  4. Mayo Clinic. Astigmatism – Symptoms & causes
    https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/astigmatism/symptoms-causes/syc-20353835