รายละเอียดข่าว
บทความจาก January Optical
ทุกวันนี้เราใช้สายตาหนักกว่าที่คิด ทั้งดูมือถือ ทำงานหน้าคอม ขับรถกลางคืน อ่านหนังสือ หรือแม้แต่ดูทีวี หลายครั้งอาการเล็ก ๆ เช่น ปวดตา มองไม่ชัด แสงฟุ้ง หรืออ่านใกล้ไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณว่าค่าสายตาเริ่มเปลี่ยน หรือแว่นเดิมอาจไม่เหมาะกับการใช้งานแล้ว

1. ใช้จอนานแล้วปวดตา ตาพร่า แสบตา
อาการนี้พบได้บ่อยมากในคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา คนขายออนไลน์ และคนที่ใช้มือถือทั้งวัน สาเหตุอาจมาจากการจ้องจอนานเกินไป กะพริบตาน้อย แสงจ้าเกินไป หรือค่าสายตาไม่เหมาะกับการใช้งานหน้าจอ
วิธีดูแลเบื้องต้นคือพักสายตาเป็นช่วง ๆ โดยใช้หลัก 20-20-20 คือ ทุก ๆ 20 นาที ให้มองไกลประมาณ 20 ฟุต นาน 20 วินาที เพื่อลดความล้าของดวงตา ซึ่งเป็นคำแนะนำจาก American Optometric Association สำหรับผู้ที่มีอาการล้าตาจากการใช้จอ

2. ขับรถกลางคืนแล้วแสงฟุ้ง ไฟแตก
หลายคนคิดว่าแสงฟุ้งตอนกลางคืนเป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ แล้วอาจเกี่ยวกับหลายปัจจัย เช่น ค่าสายตาเอียง แว่นเดิมไม่ตรงค่าสายตา เลนส์เป็นรอย เคลือบเลนส์เสื่อม หรือมีอาการตาแห้งร่วมด้วย
ถ้าขับรถแล้วมองป้ายไม่ชัด ไฟหน้ารถแตกเป็นแฉก หรือรู้สึกไม่มั่นใจเวลาเจอแสงไฟตอนกลางคืน ควรเช็กทั้ง ค่าสายตาและสภาพเลนส์แว่น เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่สายตาอย่างเดียว แต่อยู่ที่เลนส์ที่ใช้งานมานานแล้ว

3. อายุ 40+ อ่านมือถือไม่ชัด ต้องยื่นไกลขึ้น
ถ้าเริ่มรู้สึกว่าอ่านตัวหนังสือเล็ก ๆ ไม่ชัด ต้องยื่นมือถือออกไปไกลกว่าเดิม หรืออ่านเมนูอาหารแล้วต้องเพ่ง อาจเป็นอาการของ สายตายาวตามวัย ซึ่งมักเริ่มสังเกตได้ในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป Mayo Clinic อธิบายว่าสายตายาวตามวัยเป็นการที่ตาค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการโฟกัสวัตถุใกล้ และมักเริ่มชัดในวัย 40 ต้น ๆ ถึงกลาง ๆ
ปัญหานี้ไม่ได้น่ากังวล แต่ควรเลือกแว่นให้เหมาะ เช่น แว่นอ่านหนังสือ แว่นทำงาน หรือเลนส์โปรเกรสซีฟ ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงของแต่ละคน

4. เด็กนั่งใกล้ทีวี ขยี้ตา หรือเพ่งบ่อย
เด็กหลายคนอาจยังอธิบายไม่ได้ว่ามองไม่ชัด พ่อแม่จึงควรสังเกตพฤติกรรม เช่น นั่งใกล้ทีวีมากผิดปกติ ขยี้ตาบ่อย กะพริบตาถี่ เอียงหน้าเวลาอ่านหนังสือ หรือบ่นปวดหัวหลังเรียน
สายตาสั้นคือภาวะที่มองใกล้ชัด แต่มองไกลไม่ชัด American Academy of Ophthalmology อธิบายว่าสายตาสั้นทำให้วัตถุใกล้ดูชัด แต่วัตถุไกลเบลอ เช่น อ่านใกล้ได้ แต่ดูป้ายหรือกระดานไกล ๆ ไม่ชัด
ถ้าลูกมีอาการเหล่านี้ ควรพามาตรวจสายตา ไม่ควรรอให้เด็กบ่นเอง เพราะบางครั้งเด็กอาจคิดว่าการมองเห็นแบบนั้นคือเรื่องปกติ

5. แว่นเดิมใส่มานาน เริ่มมองไม่สบาย
แว่นที่เคยใส่สบายเมื่อ 1–2 ปีก่อน อาจไม่เหมาะกับสายตาปัจจุบันแล้ว เพราะค่าสายตาสามารถเปลี่ยนได้ตามอายุ การใช้งาน หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้เลนส์ที่เป็นรอย เคลือบเลนส์ลอก หรือกรอบแว่นเสียทรง ก็ทำให้มองไม่ชัดและปวดตาได้เช่นกัน
ลองสังเกตตัวเองง่าย ๆ ถ้าเริ่มต้องเพ่งมากขึ้น ปวดหัวบ่อย มองไกลไม่ชัด อ่านใกล้ลำบาก หรือขับรถกลางคืนไม่มั่นใจ อาจถึงเวลาต้องเช็กแว่นคู่เดิมแล้ว

สรุป
ปัญหาสายตาในชีวิตประจำวันอาจเริ่มจากอาการเล็ก ๆ เช่น ปวดตา ตาพร่า แสงฟุ้ง อ่านใกล้ไม่ชัด หรือมองไกลไม่ชัด แต่ถ้าปล่อยไว้อาจทำให้ใช้ชีวิตไม่สะดวก โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานหน้าจอ ขับรถ หรือใช้สายตาตลอดวัน
การเช็กค่าสายตาและสภาพแว่นเป็นระยะ จะช่วยให้เลือกแว่นและเลนส์ได้เหมาะกับการใช้งานจริงมากขึ้น
January Optical ยินดีให้คำแนะนำเรื่องแว่น สายตา และการเลือกเลนส์ให้เหมาะกับชีวิตประจำวันของคุณครับ
แหล่งอ้างอิง
- American Optometric Association (AOA)
เรื่อง Computer Vision Syndrome / Digital Eye Strain อธิบายอาการล้าตาจากการใช้จอ และแนะนำหลัก 20-20-20 คือทุก 20 นาที พักสายตามองไกล 20 ฟุต 20 วินาที - American Academy of Ophthalmology (AAO)
เรื่อง Digital Devices and Your Eyes อธิบายว่าอาการจากการใช้จอ เช่น ตาแห้ง ตามัว ปวดตา มักเกี่ยวข้องกับการกะพริบตาน้อย การใช้จอนาน และพฤติกรรมการใช้งาน ไม่ใช่เพราะแสงสีฟ้าทำลายดวงตาโดยตรง - American Academy of Ophthalmology (AAO)
เรื่อง Blue Light ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดิจิทัลทำให้เกิดโรคตา และ AAO ไม่แนะนำให้ใช้แว่นกรองแสงสีฟ้าเป็นคำตอบหลักสำหรับอาการล้าตาจากคอมพิวเตอร์ - Mayo Clinic
เรื่อง Presbyopia อธิบายว่า “สายตายาวตามวัย” คือการที่ดวงตาค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการโฟกัสวัตถุใกล้ มักเริ่มสังเกตได้ช่วงอายุ 40 ต้น ๆ ถึงกลาง ๆ และมักมีอาการต้องถือหนังสือหรือมือถือไกลขึ้นเพื่ออ่านให้ชัด - American Academy of Ophthalmology (AAO)
เรื่อง Presbyopia อธิบายว่าสายตายาวตามวัยเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามอายุ ทำให้มองใกล้ไม่ชัด และสามารถแก้ไขได้ด้วยแว่นสายตา คอนแทคเลนส์ หรือวิธีรักษาอื่นตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ - American Academy of Ophthalmology (AAO)
เรื่อง Vision and Driving ระบุว่าปัญหาการมองเห็นบางอย่าง เช่น ตามัว แสงจ้า หรือเห็นวงแสงรอบไฟ อาจส่งผลต่อการขับรถ โดยเฉพาะเวลากลางคืน จึงควรตรวจเช็กเมื่อมีอาการผิดปกติ - American Academy of Ophthalmology (AAO)
เรื่อง Night Vision อธิบายว่าอาการมองเห็นหรือขับรถกลางคืนลำบาก อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาดวงตาบางอย่าง เช่น ต้อกระจก ซึ่งทำให้ภาพมัว แสงจ้า หรือเห็นวงแสงรอบไฟได้ - American Academy of Ophthalmology (AAO)
เรื่อง Screen Use for Kids อธิบายว่าเด็กที่ใช้จอนานอาจมีอาการตาแห้ง คันตา ตามัว หรือปวดศีรษะได้ และควรจัดเวลาพักสายตา/กิจกรรมกลางแจ้งให้เหมาะสม - American Academy of Ophthalmology (AAO)
บทความ Back-to-School Vision Screening แนะนำให้ผู้ปกครองสังเกตพฤติกรรมเด็ก เช่น หรี่ตาเมื่อต้องมองไกล นั่งใกล้ทีวี หรือปวดหัวเวลาอ่านหนังสือ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าควรตรวจสายตา